Opening Hours:Monday To Saturday - 8am To 9pm

LAPBAND-BLOG / Radiofreqncy surgery

เวชศาสตร์นิวเคลียร์ใช้รักษาอย่างไร

การรักษาด้วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้น ซึ่งการตรวจด้วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์คือการตรวจรักษาโรคโดยใช้ประโยชน์จากสารกัมมันตรังสี ด้วยการกินหรือการฉีดเข้าไปในร่างกายของผู้ป่วยหรืออาจนำสารกัมมันตรังสีไปผสมกับยา ที่เรียกกันว่าสารเภสัชรังสีเพื่อเพิ่มเฉพาะเจาะจงในการตรวจอวัยวะนั้นๆ สามารถรักษาโรคมะเร็งและโรคระบบอื่นๆ เช่น การทำงานของหัวใจ การทำงานของไต ระบบประสาทและสมอง ระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น การนำสารเคมีในสารเภสัชรังสีมีอันตรายหรือไม่ หากพูดถึงอันตรายของการตรวจด้วยวิธีนี้แทบไม่มีอันตราย เนื่องจากปริมาณของการใช้เข้าสู่ร่างกายมีปริมาณที่น้อยมาก ทำให้ไม่ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ นอกเสียจากคนที่มีอาการแพ้แต่ก็จะออกอาการน้อยมากๆ สารกัมมันตรังสีที่นำมาใช้ในการตรวจเวชศาสตร์นิวเคลียร์คืออะไร เราสามารถแบ่งสารกัมมันตรังสีที่ใช้ในทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ออกได้  2 ประเภท โดยจะแบ่งตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน คือ ประเภทของการนำภาพมาใช้ในการวินิจฉัยด้วยการใช้สารกัมมันตรังสีที่เป็นรังสีแกมม่าหรือรังสีเอ็กซ์ ที่ให้พลังงานต่ำและใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อย จึงทำให้ไม่เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย จะได้แก่เทคนีเชี่ยม-99เอ็ม ประเภทที่ใช้ในการรักษา ด้วยการนำรังสีเข้าไปทำลายเซลล์ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น เซลล์มะเร็ง หรือเซลต่อมไทรอยด์เป็นพิษ เป็นต้น ฉะนั้นจึงใช้สารกัมมันตรังสีที่ให้รังีเบต้าหรือรังสีแอลฟ่า ซึ่งเมื่อเซลล์ร้ายถูกรังสีทั้ง 2 ตัวนี้ในปริมาณที่มากพอเซลล์เหล่านั้นก็จะตาย ซึ่งสารกัมมันตรังสีที่ใช้จะเป็นไอโอดีน-131  (l-131) การใช้สารกัมมันตรังสีไอโอดีน-131 จะทำให้เกิดอันตรายหรือไม่ ส่วนใหญ่แล้วการใช้สารไอโอดีน-131 จะใช้ในการรักษาโรคบางชนิดอย่าง ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ, มะเร็งไทรอยด์ หรือมะเร็งชนิดอื่นๆ สาเหตุที่นำไอโอดีน-131 มารักษาโรคนั้นเพราะสารนี้จะปล่อยรังสีเบต้าออกมา ซึ่งเมื่อรังสีเบต้าไปโดนเซลล์ต่อมไทรอยด์ เซลล์ต่อมไทรอยด์ก็จะตายทำให้หายจากอาการต่อมไทรอยด์เป็นพิษได้ ทั้งนี้ในรังสีเบต้าจะไม่เกิดอันตรายต่อคนรอบข้าง  แต่ถ้าหากว่าผู้ป่วยรับประทานสารรังสีไอโอดีน-131 ในปริมาณมาก เช่นผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์ ก็จะมีการสะสมรังสีแกมม่าในตัวผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก จึงอาจเป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง […]