Opening Hours:Monday To Saturday - 8am To 9pm

LAPBAND-BLOG / Radiofreqncy surgery

“Radiology” คืออะไร

Radiology หรือ รังสีวิทยาซึ่งเป็นสาขาทางการแพทย์ที่เป็นสาขาเฉพาะทาง ส่วนใหญ่จะมีความเกี่ยวข้องกับการสร้างภาพในรูปแบบต่างๆของร่างกายเพื่อนำมาใช้ในการวินิจฉัยโรคโดยอาศัยเครื่องมือพิเศษที่เป็นเฉพาะในทางการแพทย์ด้วยการใช้รังสีเอกซ (X-Ray) รังสีแกมมา (Gamma ray) จากสารกัมมันตภาพรังสีคลื่นเสียง, คลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound), คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Nuclear Magnetic Resonance Imaging ) ในการรักษา เป็นต้น

คนที่เรียนจบทางด้านนี้จะเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวิทยาที่เรามักจะเรียกกันว่า “รังสีแพทย์” ซึ่งจะมีความเชี่ยวชาญเรื่องการวินิจฉัยโรคด้วยการวิเคราะห์จากภาพวินิจฉัย (imaging) อาทิเช่น การเอกซเรย์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT), อัลตราซาวด์, คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI), เพ็ท (PET) ดังนั้นวิธีการรักษาโรคด้วยการใช้ภาพวินิจฉัยนำทางอาจไม่จำเป็นต้องต้องผ่าตัดเสมอไป สาเหตุเพราะภาพวินิจฉัยบางชนิดจะใช้รังสีเอ็กซ์ในการสร้างภาพ จึงอาจกล่าวได้ว่ารังสีแพทย์จำเป็นต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักและต้องมีความเข้าใจมากเพราะต้องรู้ขั้นตอนในการปรับรังสีเอ็กซ์ให้เหมาะสมกับผู้ป่วย รวมทั้งต้องวางแนวทางในการป้องกันรังสีเอ็กซ์อีกด้วย ซึ่งคนที่จะมาเป็นรังสีแพทย์ได้ต้องจบการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต เหมือนกับแพทย์สาขาอื่นๆแล้วไปฝึกวิชาความรู้เกี่ยวกับระบบสาธารณสุขในสถานพยาบาล    1 – 3 ปีก่อนที่จะเข้ามาเรียนต่อเฉพาะทางด้านรังสีวิทยาอีก 3 ปี เพื่อที่แพทยสภาจะได้มอบวุฒิบัตรว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวินิฉัยหรือรังสีวิทยาทั่ว ฉะนั้นจึงสรุปได้ว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปีถึงจะเป็นรังสีแพทย์ได้ แต่ถ้าหากรังสีแพทย์ศึกษาต่อเพิ่มเติมอีกประมาณ 1 – 2 ปี เพื่อที่จะได้รับประกาศนียบัตรสาขาเฉพาะทางในแนวลึก ซึ่งในปัจจุบันนี้มีอยู่หลากหลายสาขาให้เลือกเรียน

แล้วรังสีแพทย์สามารถช่วยอะไรผู้ป่วยได้บ้าง

  • ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับแพทย์ประจำตัวผู้ป่วย โดยรังสีแพทย์จะช่วยแพทย์ตัดสินใจเลือกการตรวจภาพวินิจฉัยที่เหมาะกับตัวผู้ป่วย แปลผลภาพวินิจฉัยเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำมากที่สุด
  • นำเทคนิคภาพวินิจฉัยนำทางมาใช้ในการรักษาโรคโดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น การรักษาหลอดเลือดโป่งพอง, มะเร็งบางชนิดและการตัดชิ้นเนื้อเพื่อนำไปวินิจฉัย เป็นต้น ศัพท์ทางการแพทย์จะเรียกสาขานี้ว่า interventional radiology
  • ทำการเปรียบเทียบระหว่างภาพวินิจฉัยกับการตรวจวินิจฉัยด้วยการใช้เทคนิคอื่นๆ เพื่อให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำมากขึ้น
  • ให้คำแนะนำการรักษาที่คิดว่าเหมาะสมรวมทั้งการตรวจวินิจฉัยด้านอื่นๆผ่านทางแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย
  • คอยควบคุมดูแลแและตรวจสอบงานที่นักรังสีแพทย์ที่ทำหน้าที่ถ่ายภาพวินิจฉัยของผู้ป่วย

ฉะนั้นหากเมื่อไหร่ที่แพทย์ผู้ดูแลแจ้งว่าได้พิจารณาภาพวินิจฉัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นย่อมหมายถึงว่าแพทย์ได้ทำการตรวจดูรายงานภาพวินิจฉัยร่วมกับรังสีแพทย์แล้ว